วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ล้างมือถูกวิธี ลดติดเชื้อโรค

ที่มา : เว็บไซต์ ASTV ผู้จัดการออนไลน์
ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ
ล้างมือถูกวิธี ลดติดเชื้อโรค thaihealth
แฟ้มภาพ
“กรมอนามัย” เผยข้อมูลพบเด็กทั่วโลกตายจากอุจจาระร่วงปีละ 3.5 ล้านคน แพทย์ชี้ “มือ” อวัยวะสำคัญนำเชื้อโรคเข้าร่างกาย เผย ล้างมือด้วยน้ำและสบู่ถูกต้อง ถูกวิธี 20 วินาที ช่วยลดการติดเชื้อทางเดินอาหารและทางหายใจได้ 90%
นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า วันที่ 15 ต.ค. ของทุกปี เป็นวันล้างมือโลก โดยปี 2559 มีการจัดงานขึ้นภายใต้แนวคิด “มือสร้างสุข...สุข (อนามัย) สร้างโลก” เพื่อรณรงค์และกระตุ้นให้ประชากรทั่วโลก หันมาให้ความสำคัญกับการล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกวิธี เนื่องจากการล้างมือเป็นการป้องกันการติดเชื้อโรคที่สำคัญทางหนึ่ง โดยข้อมูลจากองค์การยูนิเซฟ พบว่า ในแต่ละปีทั่วโลกมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เสียชีวิตจากโรคอุจจาระร่วงประมาณ 3.5 ล้านคน และโรคปอดบวมประมาณร้อยละ 25 ส่วนไทย สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค. - 3 ต.ค. พบผู้ป่วยอุจจาระร่วง 904,384 ราย เสียชีวิต 4 ราย ส่วนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่พบ 108,469 ราย เสียชีวิต 17 ราย และโรคมือเท้าปากพบผู้ป่วย 67,516 ราย เสียชีวิต 2 ราย
นพ.วชิระ กล่าวว่า การล้างมือให้สะอาดตลอดเวลาสามารถช่วยลดโรคได้จริงในทุกช่วงวัย และ สธ. ก็มีการส่งเสริมการล้างมือโดยให้หน่วยงานรัฐในสังกัดของ สธ. สนับสนุน และให้ความรู้ประชาชนในเรื่องการล้างมือให้ถูกวิธีเพื่อป้องกันการติดโรคที่สามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัส โดยในการล้างมือที่ถูกต้องนั้นให้ยึดหลัก “7-20-7” คือ การล้างมือ 7 ขั้นตอน ใช้เวลาประมาณ 20 วินาที หลังการทำกิจกรรมหลัก 7 อย่าง ได้แก่ 1. ก่อนและหลังเตรียมอาหาร 2. ก่อนและหลังรับประทานอาหาร 3. ก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย 4. ก่อนหลังทำกิจกรรมต่าง ๆ 5. หลังเข้าห้องน้ำ 6. หลังเล่นกับสัตว์เลี้ยง และ 7. หลังเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กและผู้ใหญ่
รศ.พล.ต.หญิง พญ.ฤดีวิไล สามโกเศศ อุปนายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เชื้อโรคต่าง ๆ จะเข้าสู่ร่างกายของคนเราได้ 3 ทาง ได้แก่ ปาก จมูก และผิวหนังและเยื้อเมือก ดังนั้น มือจึงถือเป็นอวัยวะสำคัญ ที่จะนำเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เพราะในแต่ละวันเราใช้มือตลอดเวลา ทั้งจับสิ่งของ หยิบอาหารเข้าปาก และสัมผัสผู้อื่น เป็นต้น โดยโรคติดต่อที่เป็นกันมากในเด็กมีทั้งโรคที่เกิดจากไวรัส เช่น โรคมือเท้าปาก โรคไข้หวัด โรคปอดบวม โรคอีสุกอีใส ส่วนโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อาทิ โรคที่เกิดจากทางเดินหายใจ เช่น ไซนัส เจ็บคอ หูน้ำหนวก และโรคที่เกิดจากระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ โรคท้องร่วง ลำไส้อักเสบ ทำให้เด็กถ่ายเหลวปวดท้อง
“การล้างมือด้วยสบู่อย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันโรค ติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ และการสัมผัสทางผิวหนังและเยื่อเมือกได้ นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่า การล้างมือด้วยน้ำและสบู่ที่ถูกวิธีเพียง 20 วินาที หรือเท่ากับร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ 2 รอบ หรือร้องเพลงช้าง 2 รอบ จะสามารถช่วยลดการติดเชื้อโรคได้ถึงร้อยละ 90” รศ.พล.ต.หญิง พญ.ฤดีวิไล กล่าว

วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2555


  สำหรับคนที่ต้องนอนดึกอยู่เป็นประจำ หรือคนที่ต้องนอนดึก ตื่นมาคงรู้สึกแย่ โทรมจนไม่อยากให้ใครเห็น มาดูวิธีการทำให้ร่างกายสดชื่น สดใส หลังจากต้องตรากตรำอดหลับอดนอนจากการทำภารกิจมาตลอดทั้งคืน 
      น้ำมะนาว เวลาที่บางคนไปตามสถานบันเทิง เพื่อหาความรู้แปลกๆ ใหม่ๆ ใส่ตัว จากคนที่เงียบขรึมไม่ค่อยพูด ค่อยจา ก็ยังพาลลืมเนื้อลืมตัวไปกับความมันส์ชนิดที่เรียกว่าสุดเหวี่ยง ลืมคิดไปว่าตัวเป็นนักร้องไปซะเอง พอตื่นเช้าขึ้นมาเท่านั้นแหละ อาการเจ็บคอก็จะถามหา ขอแนะนำให้หาน้ำมะนาวจะมีกรดมะนาว หรือ กรดซิกตริก แถมมีน้ำมันหอมระเหยอยู่เล็กน้อยพอได้กลิ่นหอมชวนดื่มจากเปลือกที่โดนคั้น แถมยังมีวิตามินซี ที่นอกจากจะช่วยขับเสมหะแก้อาการเจ็บคอ ยังช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วย

      น้ำผัก น้ำผลไม้ ดื่มง่ายแถมยังอุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิด ในน้ำผัก น้ำผลไม้ มีส่วนผสมของน้ำตาล ซึ่งเป็น น้ำตาลโดยธรรมชาติของผลไม้หรือผักเอง รวมไปถึงน้ำตาลที่มีการเติมลงไป มีการแต่งกลิ่นและสีให้ดูมี ชีวิตชีวาของผักและผลไม้เข้าไปด้วย สามารถให้พลังงานแก่ร่างกายช่วยให้เราหายเหนื่อย หายเพลีย ทำ ให้ร่างกายสดชื่น ซ้ำยังมีแร่ธาตุ เช่น โซเดียม โปแตสเซียม สังกะสี ที่จะเข้าไปทดแทนในส่วนที่เสียไป ไม่เพียงเท่านั้นยังมีวิตามินที่สำคัญอีกหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามิน C และวิตามิน A และโฟลิคแอซิด ที่มีอยู่ในผลไม้และผัก

      น้ำหวานๆ คนที่นอนดึกส่วนใหญ่จะตื่นขึ้นมาแล้วมีอาการปวดหัว มึนศีรษะ รู้สึกเกิดอาการเครียดทางประสาท นั่นก็เพราะว่าร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ อาหารที่มีสามารอาหารของแป้งและน้ำตาลสามารถช่วยได้ โดย เฉพาะน้ำตาลจะดูดซึมได้ดีและง่ายกว่า แต่ถ้าจะเดินเข้าครัวไปหยิบน้ำตาลมานั่งกินเล่นก็ดูจะแปลกอยู่ เพียงน้ำหวานสักแก้วก็สามารถช่วยให้จิตใจสงบขึ้นได้ คลายอาการเครียด งง ได้แล้ว

      น้ำขิง สำหรับคนที่รู้สึกพะอืดพะอม คลื่นไส้ อยากจะอาเจียน เป็นอาการของคนเมาค้างนั่นเองลองหันมา หาน้ำขิงร้อนๆ ดื่มดีกว่า เพราะขิงจัดเป็นสมุนไพรที่มีรสชาติและกลิ่นพิเศษ ขิงมีสารเคมีชนิดหนึ่งเป็น เป็นสารเคมีประเภทน้ำมันหอมระเหย ให้ทั้งรสและกลิ่น สารตัวนี้มีชื่อเรียกเป็นทางการว่าจินเจอรอล (gingerol) จัดอยู่ในกลุ่มแอลกอฮลล์ แต่ไม่ทำให้เรารู้สึกมึนเมาได้เป็นอันขาด การทำน้ำขิงให้อร่อยนั้น ให้บุบหัวขิงที่ยังไม่แก่จัดจนเกินไป ต้มด้วยน้ำร้อนพอเดือด หากต้มนานเกินไปขิงจะเสียรสเสียกลิ่นไปได้ มาก จะดื่มเปล่าๆ หรือเติมน้ำตาลให้รสชาติหวานน่ากินหน่อยก็ได้



ที่มา ... ผู้หญิงนะคะดอทคอม